ในธรรมศาสตร์เราเป็นพวกคอมมิวนิสต์ นี่เป็นความจริงที่สมควรยอมรับได้แล้ว และการชุมนุมของเราเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้เพื่อชัยชนะของฝ่าย พคท. …

ในธรรมศาสตร์เราเป็นพวกคอมมิวนิสต์ นี่เป็นความจริงที่สมควรยอมรับได้แล้ว และการชุมนุมของเราเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้เพื่อชัยชนะของฝ่าย พคท. เราไม่ได้กำลังต่อสู้เพื่อ ‘เอกราช ประชาธิปไตย และความเป็นธรรม’ เท่านั้น”

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 23 กันยายน 2566

ข้อเท็จจริงส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ ก่อนหน้าวันล้อมปราบ ผู้นำนักศึกษาและแรงงานบางกลุ่มเริ่มยุติการชุมนุมแล้ว บางส่วนก็ถูกจับกุมตัว และมีนักศึกษาธรรมศาสตร์จำนวนมากที่เตรียมถอนตัว เพราะหลายคนเริ่มไม่เห็นด้วยกับการหมิ่นพระบรมวงศานุวงศ์ในเหตุการณ์การชุมนุม

อีกทั้ง ดร.ป๋วย เอง ยังออกมาเตือนแกนนำนักศึกษาธรรมศาสตร์ ในวันที่ 5 ตุลาคม ด้วยว่าอย่าชุมนุมกันในวันที่ 6 เพราะอาจมีการล้อมปราบเกิดขึ้น

ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่อื่นๆ นอกจากที่ธรรมศาสตร์ ยังมีการชุมนุมใหญ่ของนักศึกษาหลายพื้นที่ในต่างจังหวัด โดยเฉพาะนักศึกษาจากทางภาคใต้ ตัวอย่างเช่นกรณีการชุมนุมของนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ที่ได้จัดเวทีชุมนุมขนานไปกับทางกรุงเทพฯ ในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งต่อมาการชุมนุมได้ถูกเจ้าหน้าที่รัฐสั่งให้ยุติลง โดยไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น เนื่องจากมีการคุ้มกันนักศึกษาโดยอาจารย์และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และไม่มีการล้อมปราบโดยมวลชนจัดตั้งฝ่ายขวาแบบในกรุงเทพฯ

จึงน่าเชื่อว่าปฏิบัติการของทหาร และกลุ่มฝ่ายขวา ไม่ได้มีระบบจัดตั้งที่ชัดเจนในภารกิจนองเลือด 6 ตุลาฯ หากแต่เป็นการออกคำสั่งเฉพาะจุดหรือเฉพาะหน้า คือที่ธรรมศาสตร์และสนามหลวงเท่านั้น เพราะถ้ามีการสั่งปราบนักศึกษาที่เคลื่อนไหวทั่วประเทศจริง นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ก็คงจะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ถูกกวาดล้างอย่างแน่นอน เพราะที่นี่มีจำนวนผู้เข้าร่วมการชุมนุมน้อยกว่า ง่ายต่อการปราบปราม และที่สำคัญ รั้วมหาลัยกับค่ายทหารเรียกได้ว่าแทบจะหันหลังชนกัน

ดังนั้น การยุติการชุมนุมในธรรมศาสตร์ จึงเป็นหนทางที่เหมาะสมและจำเป็นต้องทำ เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะตามคำ “แจ้งเตือน” หรือแม้กระทั่ง “ขอร้อง” จากอาจารย์และกลุ่มนักศึกษาด้วยกัน

แต่แกนนำนักศึกษาในธรรมศาสตร์กลับเพิกเฉย ไม่ยอมยุติการชุมนุม และปลุกระดมนักศึกษาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งนำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ในเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519

ยิ่งพิจารณาจากคำพูดของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล หนึ่งในแกนนำนักศึกษาธรรมศาสตร์ และเป็นผู้ที่ศึกษากรณีเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ มาทั้งชีวิต ก็ยิ่งเกิดคำถามว่า หรือแท้จริงแล้ว “ความรุนแรง” คือปัจจัยและเงื่อนไขสำคัญที่พรรคคอมมิวนิสต์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในเขตเมืองรอคอยมานาน เพราะเมื่อเกิดความรุนแรงขึ้น เท่ากับว่าพลังของพรรคจะเข้มแข็งขึ้นเพราะจะได้แนวร่วมจากนักศึกษาที่จะหนีเข้าป่าไปจับอาวุธเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นหลังช่วง 14 ตุลา 2516

ดังนั้น “ความรุนแรง” จึงเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดมาแล้วว่าจะต้องเกิดให้ได้ และเป็นสิ่งที่ทราบแก่ใจทั้งฝ่ายรัฐและฝ่ายคอมมิวนิสต์ว่าจะต้องทำให้เกิด เพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมืองฝ่ายตน เพราะหลังจากเหตุการณ์การล้อมปราบ บรรดาแกนนำนักศึกษาที่หลบหนีเข้าป่านั้น พรรคคอมมิวนิสต์ก็อ้าแขนรับและเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี

หรือนี่จะเป็นการสมคบคิดมาตั้งแต่ต้นของพวกจัดตั้งของพรรคในเขตเมืองที่ร่วมมือกับแกนนำนักศึกษาที่ทำงานให้กับพรรค ?

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในคำถามสำคัญคือ แกนนำเหล่านั้นจะรับผิดชอบอย่างไรกับความสูญเสียที่ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้น นักศึกษาที่ร่วมชุมนุมในวันนั้นไม่ควรต้องมาล้มตายท่ามกลางความขัดแย้ง ซึ่งได้สร้างบาดแผลอย่างรุนแรงให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ ทั้งๆ ที่ความสูญเสียดังกล่าวสามารถหลีกเลี่ยงได้ตั้งแต่แรก เพียงแค่ประกาศยุติการชุมนุมเพียงชั่วคราวเท่านั้น ก็ไม่มีใครต้องมาบาดเจ็บล้มตาย

TOP
y

Emet nisl suscipit adipiscing bibendum. Amet cursus sit amet dictum. Vel risus commodo viverra maecenas.

r

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า